River of Flowers, Keukenhof

สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่(Lisse) ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญของฮอลแลนด์ เมืองลิซเซ่อยู่ห่างจากอัมสเตอร์ดัมเพียง 29 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถไฟและรถเช่า รวมทั้งจักรยาน ทางรถไฟให้ลงที่ สถานีไลเดน(Leiden) แล้วต่อรถบัสเข้าไปที่สวน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที สวนเคอเคนฮอฟ เดิมเป็นสวนสาธารณะมาก่อน ต่อมาสมาคมผู้ส่งเสริมการ ปลูกดอกไม้ประเภทไม้หัวแห่งเมืองลิซเซ่ ได้ใช้สวนแห่งนี้ส่งเสริมการปลูกไม้หัวพันธุ์ใหม่ๆ โดยแบ่งที่ให้กับบริษัทผู้ผลิตไม้หัวเป็นผู้ปลูกและเข้าบำรุงรักษา ซึ่งก็ทำให้เกิดพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นในทุกปี ซึ่งผู้สนใจต้นทิวลิปจากทั่วโลกจะมาชม

สวนเคอเคนฮอฟ เป็นสวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยทิวลิปที่มีมากกว่า 7 ล้านต้นในแต่ละปี ออกดอกบานสะพรั่งอยู่ดูละลานตา สวนได้ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่อันเก่าแก่ มีทางเดินอันร่มรื่น บ้างก็มีงานประติมากรรมประดับสวนอยู่เป็นระยะ มีสระน้ำและน้ำพุ มีศาลาจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับดอกไม้มากมาย มีการจัดสวนตัวอย่าง การวางแผนจัดปลูกไม้ดอกไม้ใบ มีร้านอาหาร 4 แห่ง รวมทั้งคอฟฟี่ชอป สวนเคอเคนฮอฟนี้ จะเปิดให้เข้าชมประมาณกลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี

ในนามแห่งดอกไม้ที่ชื่อ “ทิวลิป”… คงจะไม่มีใครปฎิเสธความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้ได้อย่างแน่นอน ทิวลิปเป็นดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่นหอม แต่ธรรมชาติก็ได้รังสรรค์ความงามให้กับมัน เพื่อเป็นการชดเชย ธรรมชาติรักษาความสมดุลของทุกสิ่งบนโลกใบนี้เสมอ เมื่อสร้างทิวลิปสีแดง ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึง “การประกาศความรัก” ก็มิได้หลงลืมที่จะสร้างทิวลิปสีเหลืองขึ้นมา เพื่อแสดงถึง “ความรักที่สิ้นหวัง” ถ้ากุหลาบคือ ราชินีแห่งดอกไม้(Queen of Flowers) ทิวลิปคงไม่ต่างอะไรกับ ราชินีแห่งดอกไม้ของชาวฮอลแลนด์ ถ้าคาร์เนชั่นยอมเปรียบตัวเองเป็นชายผู้ต่ำต้อย ทิวลิปคงแทนหญิงสาวผู้สูงศักดิ์

St. Lucia

เซนต์ลูเซีย เป็นประเทศที่เป็นเกาะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลแคริบเบียน และติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเซนต์ลูเซียเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะเลสเซอร์แอนทิลลีส (Lesser Antilles) โดยอยู่ทางทิศเหนือของประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศบาร์เบโดส และทางทิศใต้ของเกาะมาร์ตินีกของฝรั่งเศส ประเทศเซนต์ลูเซียรู้จักในนาม “Helen of the West”

เซนต์ลูเซียเป็นหนึ่งในหมู่เกาะวินด์เวิร์ด (Windward Islands) ได้รับการตั้งชื่อตามนามของนักบุญลูซีแห่งไซราคิวส์ ซึ่งเป็นนักบวชในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ชาวยุโรปมาเยือนเซนต์ลูเซียครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2043 มีการทำสนธิสัญญาระหว่างชนพื้นเมืองที่นี่กับฝรั่งเศส ทำให้เซนต์ลูเซียก็ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2203 ในระหว่างปี พ.ศ. 2206-2210 เซนต์ลูเซียถูกอังกฤษเข้ายึดครอง และต่อมา เกิดสงครามแย่งชิงเซนต์ลูเซียระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสทั้งหมด 14 ครั้ง จนท้ายที่สุด อังกฤษสามารถยึดครองเซนต์ลูเซียได้สมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2357 เซนต์ลูเซียเริ่มใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ในปี พ.ศ. 2467 และในระหว่างปี พ.ศ. 2501-2505 เซนต์ลูเซียได้เข้าเป็นสมาชิกสหพันธรัฐเวสต์อินดีส

Split View

Split View หมู่เกาะกาลาปากอส

หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Island) เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นส่วนหนึ่งของประเทศเอกวาดอร์ อยู่ห่างจากชายฝั่งอันเป็นแผ่นดินของทวีปอเมริกาใต้ ประมาณ 1000 กิโลเมตรตั้งอยู่ในระนาบเดียวกับเส้นศูนย์สูตร มีเกาะใหญ่ 6 เกาะ และรวมเกาะต่างๆโดยรอบประมาณ 40เกาะ หมู่เกาะแห่งนี้เกิดจากการสะสมกันของลาวาภูเขาไฟนับล้านๆปี ซึ่งในบางเกาะก็ยังมีภูเขาไฟที่ยังคงปะทุอยู่

ความงดงามอันหลากหลายของภูมิประเทศและสรรพสัตว์บนเกาะแห่งนี้ เกิดจากสภาพแวดล้อมโดยรอบของหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งหมู่เกาะนี้ตั้งอยู่ในแนวเส้นศูนย์สูตรละติจูดที่ศูนย์องศาหรือตรงกึ่งกลางของโลก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำถึงสามสายคือ กระแสน้ำอุ่นจากทางด้านเหนือ กระแสน้ำเย็นจากทางด้านใต้ แล้วกระแสน้ำเย็นจากที่ลึกจากทางด้านตะวันตก และยังมีภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่

Moai เกาะอีสเตอร์

โมอาย Listeni / moʊ.aɪ / หรือ Mo’ai เป็นร่างมนุษย์เสาหินแกะสลักโดยคน Rapa Nui บนเกาะอีสเตอร์นีเซียตะวันออกระหว่างปี 1250 และ 1500 ซีอี. [1] [2] เกือบครึ่งหนึ่งยังคงอยู่ใน Rano Raraku ที่เหมือง Moai หลักร้อย แต่ถูกเคลื่อนย้ายจากที่นั่นและตั้งอยู่บนแพลตฟอร์มที่เรียกว่าหิน AHU รอบปริมณฑลของเกาะ เกือบ Moai ทุกคนมีหัวมีขนาดใหญ่เกินไปสาม eighths ขนาดของรูปปั้นทั้ง โมอายเป็นส่วนใหญ่ใบหน้านั่งเล่น (aringa ร่า) ของบรรพบุรุษ deified (aringa Ora ATA tepuna). รูปปั้นยังคงจ้องบกทั่วดินแดนตระกูลของพวกเขาเมื่อชาวยุโรปคนแรกที่เยือนเกาะ แต่ส่วนใหญ่ถูกโยนลงในช่วงภายหลังความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า . การผลิตและการขนส่งของ 887 รูปปั้น ได้รับการพิจารณาอวดความคิดสร้างสรรค์และทางกายภาพที่โดดเด่น Moai ที่สูงที่สุดสร้างขึ้นเรียกว่าพาโรเป็นเกือบ 10 เมตร (33 ฟุต) สูงและชั่งน้ำหนัก 82 ตัน. หนักสร้าง เป็น Moai สั้น แต่ทุกทีที่ Ahu Tongariki ชั่งน้ำหนัก 86 ตัน; และเป็นหนึ่งในรูปปั้นที่ยังไม่เสร็จถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วจะได้รับประมาณ 21 เมตร (69 ฟุต) มีน้ำหนักประมาณ 270 ตัน. ชาวเกาะตัวเองฉีกลง Moai ยืนอยู่หลังอารยธรรมของพวกเขายากจนลง

โมอายตั้งอยู่ในเนินเขาที่ Rano Raraku โมอายรูปปั้นเสาหินสไตล์เรียบง่ายของพวกเขาที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบที่พบได้ทั่วนีเซีย โมอายมีการแกะสลักในเครื่องบินค่อนข้างแบนใบหน้าแบกแสดงออกความภาคภูมิใจ แต่ลึกลับ ตัวเลขของมนุษย์จะถูกระบุไว้ในกำแพงหินก่อนแล้วบิ่นออกไปจนกว่าจะมีเพียงภาพที่ถูกทิ้ง. หัวมากกว่าขนาดใหญ่ (อัตราส่วนที่สามไปห้าระหว่างที่ศีรษะและลำตัวลักษณะประติมากรรมที่แสดงให้เห็น ความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์โปลีนีเซียของหัวส่วนใหญ่) ที่มีคิ้วหนักและจมูกยาวกับขดปลางุ้มที่โดดเด่นของจมูก ริมฝีปากยื่นออกมาในบางหน้ามุ่ย เช่นจมูกหูจะยาวและรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าในรูปแบบ เส้นขากรรไกรยืนออกมาต่อต้านคอถูกตัดทอน ลำตัวจะหนักและบางครั้ง clavicles ที่มีการระบุไว้อย่างละเอียดในหิน แขนมีการแกะสลักในรูปปั้นนูนและส่วนที่เหลือกับร่างกายในตำแหน่งต่าง ๆ มือและนิ้วมือเรียวยาวที่วางอยู่ตามยอดของสะโพกที่ประชุมที่ Hami กับนิ้วหัวแม่มือบางครั้งชี้ไปที่สะดือ โดยทั่วไปคุณสมบัติทางกายวิภาคของหลังจะไม่ได้รับรายละเอียด แต่บางครั้งทนแหวนและเข็มขัดบรรทัดฐานในก้นและหลังส่วนล่าง ยกเว้น Moai คุกเข่ารูปปั้นไม่ได้มีขามองเห็นได้ชัดเจน